มาตรา ๓๐ ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง
เรียกโดยย่อว่า ก.ตร.ประกอบด้วย |
| (๑)
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ เลขาธิการ
ก.พ.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ
และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ
ข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง |
| (๒)
กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งจากผู้ซึ่งได้รับการเลือกตามมาตรา ๓๕
ดังต่อไปนี้ |
| (ก) ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
ในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการ หรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไปจำนวนห้าคน
แต่ต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกินหนึ่งปี |
(ข)
ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นข้าราชการตำรวจจำนวนหกคน
ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม หรือ สาขาอื่นตามที่ ก.ตร.
กำหนด สาขาละไม่เกินหนึ่งคน เว้นแต่ในกรณีที่มีรองผู้บัญชาการตำรวจ
แห่งชาติซึ่งเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตาม(๑)เพิ่มขึ้นก็ให้มีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอีกตามจำนวนของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่เพิ่มขึ้นนั้นบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจ
หากได้พ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกินสิบปีและมีอายุไม่เกินหกสิบห้าปี
อาจได้รับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม(๒) (ข)ได้
แต่ต้องมีจำนวนไม่เกินหนึ่งคน ให้ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ
ก.ตร.และรองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ก.ตร. ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา |
| มาตรา ๓๑ ให้ ก.ตร. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ |
| (๑)
กำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ
และจัดระบบราชการตำรวจรวมตลอดทั้งการอบรมและพัฒนาข้าราชการตำรวจ
ในการนี้หาก ก.ต.ช.ได้กำหนดระเบียบแบบแผนและนโยบายไว้เป็นการทั่วไป
การกำหนดในเรื่องดังกล่าวของ
ก.ตร.ต้องสอดคล้องกับระเบียบแบบแผนและนโยบายของ ก.ต.ช. และให้ ก.ตร.
แจ้งการดำเนินการนั้นให้ ก.ต.ช. ทราบด้วย |
| (๒) ออกกฎ ก.ตร. ระเบียบ
ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ
หรือมีมติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ |
| (๓) กำกับดูแล
ตรวจสอบ และแนะนำ
เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกระเบียบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานเกี่ยวกับการสอบ
การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย
การออกจากราชการและการปฏิบัติการอื่นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ |
| (๔)
รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง
เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ
หรือประโยชน์เกื้อกูลอื่นสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม |
| (๕)
กำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสำหรับวุฒิปริญญาหรือประกาศนียบัตรต่างๆ |
| (๖)
กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ |
| (๗)
พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด
และการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ |
| (๘)
ในกรณีที่พิจารณาเห็นว่าการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ให้มีมติสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการให้ถูกต้องเหมาะสม
ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ปฏิบัติการตามมติดังกล่าวให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและสั่งการต่อไป |
| (๙)
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ ก.ตร. มอบหมาย |
| (๑๐)
ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในมาตราอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น |
| กฎ ก.ตร.
เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับใด |
| มาตรา ๓๒
เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ให้
ก.ตร. ออกกฎ
ก.ตร.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอน
กฎ
ก.ตร.ดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา |